เทียบข้อเสนอสินเชื่อบ้านหลายธนาคาร อย่าดูแค่ดอกเบี้ยปีแรก

เจ้าของบ้านกำลังเปรียบเทียบแฟ้มข้อเสนอสินเชื่อสามชุดบนโต๊ะทำงาน
ภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพผลงานจริงหรือแบบสำหรับก่อสร้าง

โฆษณาสินเชื่อบ้านสองธนาคารอาจเริ่มด้วยตัวเลขดอกเบี้ยที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อรวมค่าธรรมเนียม เบี้ยประกัน และยอดหนี้ที่เหลือในวันเดียวกัน ผลลัพธ์อาจเปลี่ยน การเทียบข้อเสนอจึงควรทำเป็นตารางจากเอกสารจริง ไม่ใช่จำตัวเลขจากป้ายแล้วเลือกข้อเสนอที่ต่ำที่สุด

ตั้งโจทย์เดียวกันให้ทุกธนาคาร

แจ้งประเภทงานให้ชัดว่าเป็นซื้อบ้าน ปลูกสร้างบนที่ดินตนเอง หรือรีไฟแนนซ์ พร้อมวงเงินที่ต้องการและระยะเวลาที่อยากเทียบ หากเป็นปลูกสร้าง ให้แจ้งกำหนดเริ่มงานและรูปแบบงวดผู้รับเหมาด้วย เพราะเงื่อนไขการเบิกอาจกระทบเงินสดมากกว่าดอกเบี้ยที่ต่างกันเล็กน้อย ขอข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมวันที่หมดอายุ และแยกส่วนที่อนุมัติแล้วออกจากประมาณการเบื้องต้น

อย่าเปรียบเทียบวงเงินสองล้านที่ผ่อนยี่สิบปีกับวงเงินสองล้านสองแสนที่ผ่อนสามสิบปีโดยดูค่างวดเพียงช่องเดียว หากธนาคารให้ตัวเลือกหลายชุด ให้ตั้งชื่อชุดตามเงื่อนไข เช่น ไม่รวมประกันชีวิต หรือรวมเบี้ยประกันในวงเงิน เพื่อไม่สลับเอกสารตอนตัดสินใจ

ตารางที่ควรกรอกก่อนเลือก

หัวข้อ ข้อมูลที่ขอ เหตุผลที่ต้องเทียบ
เงินที่ใช้ได้จริง วงเงินอนุมัติและรายการหักหรือวงเงินแยก วงเงินบนหน้าปกอาจไม่ใช่เงินก่อสร้างทั้งหมด
ดอกเบี้ย ทุกช่วงเวลาและสูตรหลังโปรโมชั่น ค่าเฉลี่ยช่วงสั้นไม่แทนต้นทุนทั้งสัญญา
เงินจ่ายเริ่มต้น ค่าประเมิน ค่าจดทะเบียน ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องมีเงินสดพร้อมตามวันจริง
ประกัน ประเภท เบี้ย ระยะคุ้มครอง และผลต่ออัตรา ต้องเห็นทั้งสิทธิและต้นทุน
ยอดหนี้ปลายช่วง เงินต้นคงเหลือในวันเดียวกัน จ่ายน้อยอาจยังเหลือหนี้มากกว่า
ออกจากสัญญา เงื่อนไขโปะ ปิดบัญชี หรือรีไฟแนนซ์ แผนเปลี่ยนธนาคารอาจมีค่าใช้จ่าย

ดูเงินออกพร้อมกับยอดหนี้ที่เหลือ

ลองขอให้แต่ละธนาคารคำนวณที่ปลายปีเดียวกัน เช่น ครบสามปี โดยใช้วงเงินและกำหนดชำระเดียวกัน แยกยอดผ่อนรวมออกเป็นเงินต้นที่ลดและดอกเบี้ยที่จ่าย จากนั้นเพิ่มค่าธรรมเนียมและต้นทุนประกันที่เกี่ยวข้อง การรวมยอดผ่อนแล้วเรียกทั้งหมดว่าเป็นต้นทุนจะทำให้เข้าใจผิด เพราะส่วนที่ลดเงินต้นทำให้หนี้ลดลงด้วย

ถ้ามีเงินคืนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม ให้จดเงื่อนไขรับสิทธิ วันที่ได้รับ และกรณีต้องคืนสิทธิ ไม่ควรนำเงินคืนที่ยังไม่เข้าไปใช้เป็นงบจ่ายผู้รับเหมาวันทำสัญญา และอย่าบวกเบี้ยประกันซ้ำสองรอบหากเบี้ยนั้นถูกรวมอยู่ในวงเงินและตารางผ่อนแล้ว ควรให้เจ้าหน้าที่แยกตารางให้ตรวจได้

อัตราลอยตัวต้องอ่านสูตร ไม่ใช่จำตัวเลขวันนี้

คำว่า MRR ลบจำนวนหนึ่งเป็นสูตรอ้างอิง ไม่ใช่คำรับรองว่าอัตราจะเท่าเดิมตลอดไป อีกทั้งอัตราอ้างอิงของแต่ละธนาคารอาจไม่เท่ากัน จึงต้องขอทั้งสูตรและอัตราอ้างอิงที่ใช้ ณ วันที่ออกข้อเสนอ พร้อมตัวอย่างผลต่อค่างวดเมื่ออัตราเปลี่ยน อย่าใช้ส่วนลดจาก MRR เพียงตัวเดียวตัดสินว่าที่ใดถูกกว่า

การสมมติว่าจะรีไฟแนนซ์ได้ทันทีเมื่อหมดโปรโมชั่นควรมีแผนสำรองด้วย ในอนาคตรายได้ ราคาประเมิน หรือเงื่อนไขผู้ให้กู้อาจเปลี่ยน ลองดูว่าครอบครัวยังจ่ายไหวหรือไม่หากต้องอยู่กับอัตราหลังโปรโมชั่นต่ออีกระยะหนึ่ง แล้วจึงนำประโยชน์ของการย้ายธนาคารมาพิจารณาเป็นทางเลือก

สำหรับสร้างบ้าน จังหวะเบิกเงินสำคัญเป็นพิเศษ

ขอรายละเอียดว่าแต่ละงวดต้องมีงานถึงขั้นไหน ใครตรวจ ใช้เอกสารอะไร และใช้เวลาพิจารณาประมาณเท่าไร จากนั้นวางข้างกำหนดจ่ายของผู้รับเหมา หากผู้รับเหมาต้องรับเงินก่อนทำงาน แต่ธนาคารตรวจจ่ายหลังงานเสร็จ เจ้าของบ้านต้องเห็นเงินส่วนต่างที่ต้องสำรองตั้งแต่ต้น อัตราที่ถูกกว่าไม่ช่วยแก้ช่องว่างนี้เอง

  • ถามว่าเงินงวดแรกจ่ายเมื่อใดและมีเงื่อนไขใช้เงินตนเองก่อนหรือไม่
  • ระบุรายการที่ไม่อยู่ในวงเงิน เช่น เฟอร์นิเจอร์หรือส่วนงานนอกสัญญา ตามข้อเสนอจริง
  • ถามวิธีคิดดอกเบี้ยช่วงยังเบิกไม่ครบวงเงินและวันที่เริ่มผ่อนตามปกติ
  • ตรวจว่าการเปลี่ยนแบบหรือเพิ่มงานต้องแจ้งธนาคารและประเมินใหม่อย่างไร

ตัดสินใจด้วยเอกสารฉบับสุดท้าย

ก่อนลงนาม ตรวจว่าตัวเลขในสัญญาตรงกับตารางที่ใช้เลือกหรือไม่ โดยเฉพาะวงเงิน ระยะเวลา อัตราแต่ละช่วง และรายการประกัน หากมีข้อใดเปลี่ยนให้คำนวณใหม่ ไม่ควรถือว่าคำพูดว่าเหมือนเดิมหมายถึงทุกเงื่อนไขเหมือนกัน เก็บสำเนาข้อเสนอและคำตอบสำคัญไว้ด้วยกันเพื่อใช้ตรวจใบแจ้งยอดภายหลัง

แนวทางของ ธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่องการเลือกสินเชื่อบ้าน ช่วยตั้งประเด็นสอบถามได้ ส่วนการประเมินภาระระยะยาวอ่านต่อที่ เปรียบเทียบการผ่อน 20 และ 30 ปี และ ตรวจต้นทุน MRTA บทความนี้เป็นเครื่องมือจัดข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การรับรองข้อเสนอของธนาคารใด

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top